ขอเชิญร่วมทอดผ้าป่าสร้างศาลาปฏิบัติธรรม รับเคล็ดแห่งการปรับธาตุ เสริมดวง กันชง สร้างสิริมงคลแก่บุคคล 12 ปีเกิด ใช้ได้ตลอดชีวิต
วัตถุประสงค์
-
สมทบทุนสร้าง ศาลาปฏิบัติธรรมเอนกประสงค์ วัดบูรพาภิรมย์ จ.สกลนคร
- สมทบทุนสร้าง หอระฆัง วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม
วัดบูรพาภิรมณ์ จ.สกลนคร เป็นวัดป่า พระสงฆ์อยู่อย่างเรียบง่ายในกุฏิโปร่งสี่ด้านหลังคามุงจาก ในหน้าหนาวอากาศหนาวเย็นมาก ไม่มีโบสถ์ งานศาสนกิจทุกอย่างจะทำในศาลาอเนกประสงค์ เช่น ทำวัตรเช้าเย็นของพระสงฆ์ การปฏิบัติธรรม และงานบุญต่างๆ ดังนั้นการสร้างศาลาอเนกประสงค์ครั้งนี้จึงมีอานิสงค์มากเพราะครอบคลุมการปฏิบัติธรรมและการทำบุญทั้งปวงที่จะมีในวัดรวมเข้าด้วยกัน
การปฏิบัติธรรม เป็นสิ่งที่จะช่วยรักษาพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวครบ 5000 ปี พระพุทธองค์ทรงยกย่องการปฏิบัติบูชา อยู่เหนืออามิสบูชาใดๆ
เพื่อเป็นการร่วมทำบุญต่อพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวถึง 5000 ปี ขอเชิญทุกท่านได้ร่วมบุญทอดผ้าป่าบูชาครูบุรพาจารย์ สมทบทุนสร้างศาลาปฏิบัติธรรม วัดบูรพาภิรมณ์ จ.สกลนคร และหอระฆัง วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม โดยมีกำหนดทอดผ้าป่าในวันที่ 1-3 กุมภาพันธ์ 2551 ณ วัดถ้ำแฝด จ.กาญจนบุรี ... รับผ้าป่าโดยหลวงปู่ จากวัดบูรพาภิรมณ์
ผู้ร่วมทำบุญ จะได้รับพระผงชุด แก้วมณีจักรพรรดิ เป็นที่ระลึก พระผงชุดนี้กล่าวได้ว่า ดีทั้งภายนอกและภายใน
ดีภายนอก คือ มีรูปพิมพ์สวยงามตามหลักพุทธศิลป์ มวลสารธาตุศักดิ์สิทธิ์จำนวนมาก และ จัดสร้างตามระบบเบญจธาตุ โหราศาสตร์ไทย-จีน เพื่อใช้เสริมมงคลปีเกิด 12 นักษัตร สีแต่ละสีจะมีการดูดซับและสะท้อนคลื่นแสงแตกต่างกัน โดยคลื่นแสงนี้จะมีผลต่อบุคคลแต่ละปีเกิดที่สวมใส่ จึงสามารถที่จะใช้เสริมและใช้ปรับธาตุของแต่ละบุคคล
เนื้อผงเบญจธาตุ ใช้หลักการวางสีธาตุทั้ง 5 สี ตามผังพลังงานธรรมชาติในวิชาฮวงจุ้ย คือ ผังเหอถู เป็นวงจรการหมุนเวียนพลังงานของธาตุทั้งห้าอย่างครบถ้วน
ดีภายใน คือ นอกจากการอัญเชิญพระพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ คุณครูบุรพาจารย์ เพื่อเป็นสิริมงคล ยังเพิ่มการบรรจุธาตุของบุคคล 12 ปีเกิด ลงในพระผงเพื่อเหนี่ยวนำการเรียงตัวของโมเลกุลของพลังงานในร่างกายผู้สวมใส่ ให้เกิดผลด้านเมตตา โชคลาภ
การเหนี่ยวนำ เปรียบเทียบก็คล้ายกับการนำเหล็กธรรมดาไปวางติดกับแม่เหล็ก กระแสพลังแม่เหล็กจะค่อยๆปรับการเรียงตัวของเหล็กธรรมดาให้มีการเรียงตัวตามแบบแม่เหล็ก จนเหล็กธรรมดาเริ่มมีคุณสมบัติเป็นแม่เหล็กไปด้วย ... ในทำนองเดียวกัน พระผงนี้จะช่วยเหนี่ยวนำการเรียงพลังงานในร่างกายของผู้สวมใส่ให้เป็นระเบียบและเกิดผลด้านเมตตา โชคลาภ โดยจะมีข้อแนะนำง่ายๆในการปฏิบัติเร่งการเพิ่มพลังงานของบุคคลแต่ละปีเกิด
สิ่งต่างๆในธรรมชาติ ถึงแม้จะเป็นสิ่งของชนิดเดียวกันหรือมีสูตรโมเลกุลเดียวกัน แต่หากมีการเรียงธาตุในตำแหน่งที่แตกต่างกัน ก็จะส่งผลให้เกิดความแตกต่างกัน เช่น น้ำตาลที่มีสูตรโมเลกุล C6H12O6 เหมือนกันแต่เรียงธาตุในตำแหน่งต่างกัน จะกลายเป็นน้ำตาลคนละชนิด ได้แก่ น้ำตาลกลูโคส น้ำตาลฟรุกโตส น้ำตาลกาแลกโตส ... ในทำนองเดียวกันบุคคล 12 ปีเกิดจึงมีความแตกต่างกัน โดยมีการเรียงลำดับธาตุพลังงานแบ่งเป็น 12 กลุ่มพลังงานใหญ่ แยกตามปีเกิด
การศึกษาโมเลกุลหรือธาตุพลังงานในร่างกายมนุษย์ 12 กลุ่มนี้ เป็นวิชาของพระธุดงค์ ใช้ในการปรับธาตุ แปรธาตุ เสริมธาตุภายในร่างกาย ซึ่งบุคคลแต่ละปีเกิดจะมีการเรียงโมเลกุลของธาตุพลังงานแตกต่างกัน หากผู้ใดล่วงรู้เคล็ดลับการเดินธาตุส่วนนี้และปฏิบัติเป็นประจำ ก็จะสามารถเสริมดวง ปรับดวง แก้ดวงชง ได้ด้วยตนเอง เป็นการปรับพลังงานจากภายในร่างกายโดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน และสามารถปฏิบัติได้ทุกสถานที่ ได้ทุกวัน ปัจจุบันผู้ที่ทราบวิชานี้มีเพียงองค์เดียว คือ อาจารย์ของหลวงพ่อวัชระ วัดถ้ำแฝด ซึ่งผมได้ขออนุญาตท่านนำเคล็ดการเดินธาตุด้านเมตตา โชคลาภ สำหรับบุคคลแต่ละปีเกิด มาให้ผู้ร่วมทำบุญได้นำไปใช้เพื่อความคล่องตัวทางโลกในภาวะเศรษฐกิจถดถอย
เมื่อรวมความดีภายนอก และความดีภายใน เข้าด้วยกัน จึงกล่าวได้ว่า พระชุดนี้เป็นพระที่ใช้ปรับพลังงานของบุคคล 12 ปีเกิด เพื่อเสริมดวง และแก้ชง
สำหรับผู้ร่วมบุญ 100 บาท ได้รับพระผงแก้วมณีจักรพรรดิ์พิมพ์เล็กขนาด 3.5 ซ.ม. เนื้อผงถ้ำนาคราช 1องค์

5 วาระ 5 พิธีกรรม
พิธีกรรม 5 วาระ 5 พิธี
ถ้ำรัศมีทิพย์ เป็นถ้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ในอดีต อ.ชุม ไชยคีรี ผู้มีชื่อเสียงแห่งสำนักเขาอ้อ ได้เลือกมาฝึกวิชาภายในถ้ำแห่งนี้ เป็นจุดที่ประสานรวมพลังฟ้าดิน กล่าวคือ ตรงลานโล่ง ด้านบนเป็นปล่องแสงรับพลังแสงจากสุริยันจันทรา ด้านข้างเป็นอุโมงค์ลึกลงไปใต้ดิน จึงเป็นจุดที่พลังแห่งฟ้าดินมาประสานกัน นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ในอดีตมีพระอริยสงฆ์มาปฏิบัติธรรมจำนวนมาก
ศูนย์ประสานงาน
กรุงเทพฯ: เอ รัศมีทิพย์ 086 788 9717, 089- 209 6363 กาญจนบุรี: วัดถ้ำแฝด: 034-655098, 081-405-3160, 084-463-4713,089-528-9513
ต่างจังหวัด: ศรีราชา: อั๋น ingประกันภัย ข้างศูนย์การค้าแปซิฟิคปาร์ค 081-643-4982
ความหมายรูปลักษณ์
ความหมายของรูปลักษณ์ด้านหน้าพิมพ์ใหญ่

พระหัตถ์(มือ)ซ้ายถือแก้วมณีรัตนะ แก้วสารพัดนึกคู่บารมีพระจักรพรรดิ
พระหัตถ์ขวาวางหงายบนเข่าขวา(พระชานุ)ในพุทธลักษณะประทานพร ประทับนั่งขัดสมาธิบนบัลลังก์ดอกบัวแห่งพระโพธิญาณฉากหลังองค์พระเป็นธรรมจักรขนาดใหญ่ และรายล้อมโดยรอบองค์พระด้วยแก้วจักรพรรดิอีกหกดวงรวมเป็นสัตตะรัตนะทั้งเจ็ด คือ
๑. จักรแก้ว (จักกรัตนะ)
๒. ขุนคลังแก้ว (คหปติรัตนะ)
๓. แก้วมณี (มณีรัตนะ)
๔.นางแก้ว (อิตถีรัตนะ)
๕.ขุนพลแก้ว (ปริณายกรัตนะ)
๖. ช้างแก้ว (หัตถิรัตนะ)
๗. ม้าแก้ว (อัสสรัตนะ)
ความหมาย
พระพุทธปางทรงเครื่องจักรพรรดิประทานพร เป็นพระพุทธปางที่เป็นเลิศทั้งทางโลกและทางธรรม กล่าวคือพระพุทธเจ้าเป็นผู้เลิศในทางธรรม และพระจักรพรรดิเป็นผู้เลิศในทางโลก เปี่ยมด้วยบารมีและโชคลาภ ทรัพย์สินสมบัติ อำนาจยศถาบรรดาศักดิ์บุญฤทธิ์และอิทธิฤทธิ์ เหมาะสำหรับผู้บูชา ให้ประสบผลสำเร็จและมีความคล่องตัวทั้งทางโลกและทางธรรมครบทุกด้าน
ความหมายของแก้วทั้ง ๗ ประการนี้ คือ
ดวงแก้ว 7 ประการเป็นความสำเร็จในทางโลกกล่าวคืออำนาจบารมี โชคลาภเงินทอง ทำกิจการงานใดๆสำเร็จดั่งใจนึก มีคู่ครองที่ดีคอยดูแลสุขภาพและเรื่องในครอบครัว มีเพื่อนร่วมงานที่ดีคอยให้ความช่วยเหลือมีความคล่องตัวในทางสังคม และความสะดวกในการเดินทางติดต่อสื่อสาร
ธรรมจักร เป็นเครื่องหมายรวมแห่งธรรมหมวดต่างๆทั้งหมด ซึ่งจะมีรายละเอียดปลีกย่อยในแต่ละหมวด เช่น มรรค8 อริยสัจ4 ไตรสิกขา3 ( ศีล สมาธิ ปัญญา ) โดยในองค์พระใช้สัญลักษณ์แทนด้วย ดอกไม้แปดกลีบ(ธรรมหมวดแปด) วางสลับกับสี่เหลี่ยม (ธรรมหมวดสี่) ต่อเนื่องกันเป็นขอบของธรรมจักร ที่แต่ละแกนของธรรมจักรจะมีหมุด3อัน (ธรรมหมวดสาม)
แกนของธรรมจักร 12 แกน หมายถึง การรวมมรรคแปดและอริยสัจสี่เข้าด้วยกัน เข้าสู่ศูนย์กลางของธรรมจักรคือพระนิพพาน
ธรรมจักรขนาดใหญ่คือ ความแข็งแรงแห่งธรรมะ และความก้าวหน้าในทางธรรมอย่างรวดเร็ว หากคิดเทียบง่ายๆคือคิดเทียบกับล้อรถยนต์ ในการหมุนล้อรถหนึ่งรอบเท่ากัน ล้อที่มีขนาดใหญ่จะเดินทางไปได้ไกลกว่าล้อขนาดเล็ก
รูปพระจักรพรรดิอยู่หน้าธรรมจักร เป็นการเน้นถึง จักรพรรดิแห่งธรรม ซึ่งผู้เป็นจักรพรรดิสูงสุดแห่งธรรมคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มิใช่พระราชาหรือกษัตริย์ทั่วไป
ลักษณะพิมพ์ใหญ่ด้านหลัง
นาคราชสามเศียร ตรงกลางหน้าอกมีเครื่องหมายสากลของพระรัตนตรัย กำกับด้วยพระคาถาต่อเงินต่อทอง และชื่อของสัญญลักษณ์แห่งนาคาธิบดี
ความหมาย
นาคราชสามเศียร สีติกะนาคราช มิใช่นาคราชตนเดียว แต่เป็นร่างรวมบารมี สามรวมเป็นหนึ่งตามข้อตกลงของเหล่านาคาธิบดีผู้ยิ่งใหญ่แห่งพญานาคทั้งปวงซึ่งรับหน้าที่ดูแลปกป้องพระพุทธศาสนาในไตรยุคคือ อดีต ปัจจุบันและอนาคต ตั้งแต่พระพุทธเจ้าพระองค์แรก มาจนถึงพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน และพระพุทธเจ้าที่จะมาตรัสในอนาคตกาล
นาคราชเป็นผู้มีอำนาจและพละกำลังมาก เปรียบในปัจจุบันได้กับกองกำลังทหาร เมื่อใดที่ถึงคราวคับขัน หรือภัยพิบัติรุนแรง กองกำลังทหารจะมีความสำคัญมากในการเข้ากู้ภัยพิบัติและช่วยเหลือประชาชน ปัจจุบันภัยพิบัติกำลังรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ จึงเป็นเหตุแห่งการรับสื่อจากนาคาธิบดีผู้ดูแลไตรยุค กำหนดให้สร้างรูปรวมบารมีของนาคาธิบดีทั้งสามยุค นามว่า สีติกะนาคราช เพื่อจะช่วยเหลือผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบให้พ้นจากภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำของครูบาอาจารย์หลายท่าน เช่น หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ วัดธาตุมหาชัย จังหวัดนครพนม ได้เคยสั่งลูกศิษย์ไว้ว่า บ้านเมืองจะเริ่มวุ่นวายเดือดร้อนให้พวกเจ้าศรัทธา และบูชาพญานาค ก็จะพ้นวิกฤตินั้นได้
การบูชาสีติกะนาคราช คือ การบูชานาคาธิบดีผู้ดูแลพระพุทธศาสนาตั้งแต่อดีตปัจจุบันและอนาคต
นอกจากด้านอำนาจบารมีแล้ว นาคราชยังเป็นผู้เลิศด้านทรัพย์ เพราะผู้ที่เข้าไปถึงทรัพย์ในดินได้นั้นมีเพียงนาคราชและแม่พระธรณีเท่านั้น
พิมพ์เล็กด้านหลัง
ลักษณะพิมพ์เล็กด้านหลัง
ตรงกลางเป็นรูปพระแม่ธรณีบีบมวยผม ล้อมด้วยคาถา 12 ราศี รอบนอกเป็นดอกบัว 30 กลีบ ซ้อนกันสองชั้น รวม 60 กลีบ
ความหมาย
ในการทำบุญสร้างบารมีของพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ หรือบุคคลทุกคน ล้วนอาศัยพระแม่ธรณีเป็นพยานแห่งการสร้างบุญบารมี ดอกบัว30กลีบชั้นในหมายถึงบารมี30ทัศน์ในอดีต ดอกบัว30กลีบชั้นนอกหมายถึงบารมี30ทัศน์ในปัจจุบัน ดังนั้นดอกบัว30กลีบ 2 ชั้น หมายถึงการรวมบารมี30ทัศน์ที่ผ่านมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันให้เป็นหนึ่งเดียว
ผู้ใดสวมพระเครื่องนี้จึงเปรียบเสมือนมีพระแม่ธรณีเป็นสักขีพยานรวบรวมบุญบารมี30ทัศน์ที่ได้สร้างมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อความคล่องตัวในทางโลกและทางธรรม และพระแม่ธรณียังเป็นผู้ที่เข้าถึงทรัพย์ในดินอีกด้วย
การใช้งานพระเครื่อง 12 ราศี โดยย่อ
· แต่ละปีเกิด จะมีคาถาภาวนาเฉพาะสำหรับปีเกิดนั้นๆ เพื่อเสริมด้านเมตตา โชคลาภประจำราศีปีเกิด
· สีของพระเครื่อง แบ่งเป็น 5 สี แทน 5 ธาตุ ตามธาตุประจำปีเกิด ซึ่งสอดคล้องกันทั้งโหราศาสตร์ไทยและโหราศาสตร์จีน คือ
1. ปีชวด ธาตุน้ำ สีน้ำเงิน
2. ปีฉลู ธาตุดิน สีเหลือง
3. ปีขาล ธาตุไม้ สีเขียว
4. ปีเถาะ ธาตุไม้ สีเขียว
5. ปีมะโรง ธาตุดิน สีเหลือง
6. ปีมะเส็ง ธาตุไฟ สีแดง
7. ปีมะเมีย ธาตุไฟ สีแดง
8. ปีมะแม ธาตุดิน สีเหลือง
9. ปีวอก ธาตุทอง สีขาว
10. ปีระกา ธาตุทอง สีขาว
11. ปีจอ ธาตุดิน สีเหลือง
12. ปีกุน ธาตุน้ำ สีน้ำเงิน
สำหรับบุคคลที่ไม่ทราบปีเกิด แนะนำสีเบญจธาตุ คือ สีผสมของทั้ง 5 ธาตุ
ส่วนบุคคลที่มีปัญหา ปีชงกับดวงชะตา หรือ ดวงชงกับบุคคลอื่น แนะนำให้ใช้สีเบญจธาตุ คือ สีผสมของทั้ง 5 ธาตุ เช่น ในปีหน้า พ.ศ.2551 เป็นปีชวด บุคคลที่ชงกับปีชวดคือ คนเกิดปีมะเมีย คนปีมะเมียควรปรับด้วยการใช้สีเบญจธาตุและภาวนาคาถาเสริมปีเกิดเป็นประจำ
บุคคลที่ดวงชงกันคือ
ปีเกิด
ปีชง
ชวด
มะเมีย
ฉลู
มะแม
ขาล
วอก
เถาะ
ระกา
มะโรง
จอ
มะเส็ง
กุน
มะเมีย
ชวด
มะแม
ฉลู
วอก
ขาล
ระกา
เถาะ
จอ
มะโรง
กุน
มะเส็ง
มวลสารว่านกว่าพันชนิดที่สะสมมากว่า 30ปี และตามตำราของขุนพันธรักษ์ราชเดชที่ได้เคยมอบไว้กับหลวงปู่ประเคน จ.ปัตตานี